ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีผลต่อสุขภาพอย่างไร มีวิธีป้องกันอย่างไร
ฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 20-30 เท่า ฝุ่น PM 2.5 สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้ง่าย ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ
สาเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5
- การเผาไหม้เชื้อเพลิง: การเผาไหม้เชื้อเพลิงจากรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาไหม้ในที่โล่ง เช่น การเผาขยะและการเผาป่า
- การก่อสร้าง: การก่อสร้างอาคารและถนนทำให้เกิดฝุ่นละอองจำนวนมาก
- การเกษตร: การเผาซังข้าวและเศษวัสดุทางการเกษตรอื่นๆ
- การขนส่ง: การขนส่งสินค้าและวัสดุต่างๆ ทำให้เกิดฝุ่นละออง
- แหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ: ไฟป่า ภูเขาไฟระเบิด และพายุทะเลทราย
ผลกระทบต่อสุขภาพ
- ระบบทางเดินหายใจ: ฝุ่น PM 2.5 สามารถทำให้เกิดอาการไอ ระคายเคือง แสบจมูก หายใจลำบาก และโรคหอบหืด
- ระบบหัวใจและหลอดเลือด: ฝุ่น PM 2.5 สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง
- ระบบอื่นๆ: ฝุ่น PM 2.5 อาจส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ ของร่างกาย เช่น ระบบภูมิคุ้มกันและระบบประสาท
วิธีป้องกัน
- สวมหน้ากากอนามัย: สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ เมื่อออกไปข้างนอก
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง: หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่ฝุ่น PM 2.5 มีค่าสูง
- ใช้เครื่องฟอกอากาศ: ใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้านและที่ทำงาน
- ติดตามสถานการณ์: ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ลดการเผาไหม้: ลดการเผาไหม้เชื้อเพลิงและการเผาไหม้ในที่โล่ง
- ดูแลสุขภาพ: ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ฝุ่น pm 2.5 เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้อย่างไร
ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กมากจนสามารถเล็ดลอดผ่านระบบกรองตามธรรมชาติของร่างกายได้ และเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้ดังนี้:
- ระบบทางเดินหายใจ:
- ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 20-30 เท่า ทำให้ขนจมูกไม่สามารถกรองได้
- ฝุ่นจึงสามารถเข้าสู่ทางเดินหายใจส่วนลึก เช่น หลอดลมและถุงลมปอดได้
- เมื่อฝุ่นเข้าไปถึงถุงลมปอด ซึ่งเป็นบริเวณที่แลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ ฝุ่นจะทำให้เกิดการอักเสบและระคายเคือง
- กระแสเลือด:
- ฝุ่น PM 2.5 สามารถซึมผ่านผนังถุงลมปอดเข้าสู่หลอดเลือดฝอย
- เมื่อเข้าสู่กระแสเลือด ฝุ่นจะถูกลำเลียงไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย
- ฝุ่น PM 2.5 สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
ด้วยขนาดที่เล็กมากนี้เอง ทำให้ฝุ่น PM 2.5 เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบต่างๆ ของร่างกายได้ง่าย

ต้นไม้มีบทบาทสำคัญในการลดฝุ่น PM 2.5 ในอากาศได้หลายวิธี ดังนี้:
- ดักจับฝุ่นละออง:
- ใบไม้และเปลือกไม้มีพื้นผิวที่ขรุขระ ทำให้ฝุ่น PM 2.5 เข้ามาเกาะติดได้ง่าย
- เมื่อฝนตกลงมา ฝุ่นที่เกาะอยู่บนใบไม้ก็จะถูกชะล้างลงสู่พื้นดิน
- ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น:
- ต้นไม้ช่วยลดความเร็วลม ทำให้ฝุ่น PM 2.5 ไม่ฟุ้งกระจายไปในอากาศ
- รากของต้นไม้ช่วยยึดดิน ทำให้ดินไม่ฟุ้งกระจายกลายเป็นฝุ่นละออง
- ดูดซับก๊าซพิษ:
- ต้นไม้สามารถดูดซับก๊าซพิษที่เป็นส่วนประกอบของฝุ่น PM 2.5 เช่น ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
- การสังเคราะห์แสงของพืช ช่วยดูดฝุ่น PM 2.5 และก๊าซพิษต่างๆ แล้วเปลี่ยนเป็นก๊าซออกซิเจนละไอน้ำออกมาแทน เปรียบเสมือนเครื่องกรองอากาศที่มีชีวิต
- เพิ่มความชื้นในอากาศ:
- ต้นไม้คายน้ำออกมา ทำให้ความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้น
- ความชื้นที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ฝุ่น PM 2.5 จับตัวกันเป็นก้อนใหญ่ขึ้นและตกลงสู่พื้นดินได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น การปลูกต้นไม้จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดฝุ่น PM 2.5 และปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น